












สินค้าใหม่
หม้อกดกาแฟสแตนเลส 304 ผนัง 2 ชั้น (French Press) ตะแกรงกรอง 80 เมช 4 ขนาด
หม้อกดกาแฟสแตนเลส 304 สองชั้น ตะแกรงกรอง 80 เมช (รหัส FP-350 / FP-600 / FP-800 / FP-1000) · รหัส 32446
📐 ขนาด / แบบที่มี
FP-350
ความจุ 350 มล. (สูง 16 ซม. หนัก 452 ก.)
รหัส 32446
FP-600
ความจุ 600 มล. (สูง 19 ซม. หนัก 663 ก.)
รหัส 32447
FP-800
ความจุ 800 มล. (สูง 19 ซม. หนัก 703 ก.)
รหัส 32448
FP-1000
ความจุ 1000 มล. (สูง 21.5 ซม. หนัก 795 ก.)
รหัส 32449
📋 รายละเอียด (กดเพื่อก๊อป)
หม้อกดกาแฟฝรั่งเศส (French Press) ตัวถังสแตนเลส 304 ผนัง 2 ชั้น พร้อมชุดตะแกรงกรองละเอียด 80 เมช มีให้เลือก 4 ความจุ 350 / 600 / 800 / 1000 มิลลิลิตร ใช้ชงกาแฟ ชงชา และตีฟองนมได้ในใบเดียว
French Press คืออะไร ทำไมกาแฟถึงหอมกว่า
French Press คือการชงกาแฟแบบแช่ (immersion) ผงกาแฟจะแช่อยู่ในน้ำร้อนเต็มเวลา ประมาณ 3-4 นาที แล้วค่อยกดตะแกรงลงเพื่อแยกกากออก ต่างจากการดริปที่น้ำไหลผ่านกระดาษกรองเพียงครั้งเดียว
กระดาษกรองของการดริปจะดูดน้ำมันกาแฟ (coffee oil) ไว้เกือบทั้งหมด ส่วนตะแกรงสแตนเลสของ French Press ปล่อยให้น้ำมันกาแฟและสารให้กลิ่นผ่านลงมาในแก้ว กาแฟที่ได้จึงมีบอดี้หนาแน่นกว่า กลิ่นเข้มกว่า และรสชาติกลมกว่า นี่คือเหตุผลที่คนคั่วกาแฟนิยมใช้ French Press ในการชิมทดสอบเมล็ด
ทำไมต้องเป็นตัวถังสแตนเลสผนัง 2 ชั้น
• เก็บความร้อนได้นานกว่าโถแก้วมาก น้ำไม่เย็นลงเร็วระหว่างแช่ 4 นาที การสกัดจึงสม่ำเสมอตั้งแต่ต้นจนจบ
• ตัวถังด้านนอกไม่ร้อนจนจับไม่ได้ เพราะมีช่องอากาศระหว่างผนังสองชั้นคั่นอยู่
• ไม่แตก ไม่ร้าว ต่างจากโถแก้วที่พลาดกระแทกขอบอ่างครั้งเดียวก็จบ เหมาะกับร้าน ออฟฟิศ และพกไปแคมป์
• ชงเสร็จแล้วยังเก็บกาแฟไว้ในหม้อได้อีกระยะโดยไม่ต้องอุ่นซ้ำ
ชุดตะแกรงกรอง 80 เมช ต่างจากของทั่วไปยังไง
ตะแกรงชุดนี้เป็นสแตนเลส 304 ความละเอียด 80 เมช และมี "สปริงขด" พันรอบขอบตะแกรงอีกชั้น สปริงนี้ทำหน้าที่ดันแผ่นกรองให้แนบกับผนังหม้อตลอดแนวขณะกดลง
ปัญหาที่เจอบ่อยกับหม้อกดราคาถูกคือ ตะแกรงหลวม เวลากดลงจะมีช่องว่างริมขอบให้ผงกาแฟลอยย้อนขึ้นมา รินออกมาแล้วมีตะกอนนอนก้นแก้ว สปริงรอบขอบช่วยแก้ปัญหานี้โดยตรง แรงกดกระจายสม่ำเสมอทั้งวง กากกาแฟจึงถูกกดค้างไว้ที่ก้นหม้อจริง ๆ
จุดเด่นของหม้อรุ่นนี้
• สแตนเลส 304 เกรดสัมผัสอาหารทั้งใบ ไม่เป็นสนิม ไม่มีกลิ่นโลหะติดกาแฟ
• ตัวถังขัดเงาสูง ผิวเรียบ ล้างง่าย ไม่มีซอกให้คราบกาแฟสะสม
• ด้ามจับทรงกลมยึดกับตัวถังด้วยแกนสั้น ความร้อนไม่วิ่งมาถึงมือ จับได้เต็มฝ่ามือ
• ปากรินมีร่องบังคับทิศ รินช้าหรือเร็วก็ไม่ไหลย้อนลงข้างหม้อ
• ฝาครอบหมุนปิดปากรินได้ เก็บความร้อนระหว่างแช่ และกันฝุ่นตอนตั้งทิ้งไว้
• ถอดชุดตะแกรงออกล้างได้ทุกชิ้น
• ใช้ตีฟองนมได้ด้วย เทนมอุ่นลงไปครึ่งหม้อแล้วปั๊มก้านขึ้นลงประมาณ 30 วินาที ได้ฟองนมสำหรับคาปูชิโน่โดยไม่ต้องซื้อเครื่องตีฟองแยก
เลือกความจุไหนดี
• 350 มล. — ได้กาแฟประมาณ 1 แก้วใหญ่ เหมาะกับคนชงดื่มคนเดียวที่โต๊ะทำงาน ขนาดกะทัดรัด สูงเพียง 16 ซม.
• 600 มล. — ประมาณ 2 แก้ว เป็นขนาดที่ขายดีที่สุด เหมาะกับคู่รักหรือชงเผื่อเติมแก้วที่สอง
• 800 มล. — ประมาณ 3 แก้ว เหมาะกับครอบครัวเล็กและออฟฟิศทีมย่อย
• 1000 มล. — ประมาณ 4 แก้ว เหมาะกับร้าน ห้องประชุม หรือชงเสิร์ฟทั้งโต๊ะรอบเดียวจบ
ถ้ายังลังเลระหว่างสองขนาด แนะนำให้เลือกขนาดใหญ่กว่า เพราะชงน้อยกว่าความจุสูงสุดได้เสมอ แต่ชงเกินความจุไม่ได้
วิธีชงให้อร่อย
1. บดเมล็ดกาแฟหยาบระดับเกลือหยาบ ถ้าบดละเอียดเกินไปผงจะเล็ดลอดผ่านตะแกรงและกาแฟจะขม
2. ใช้อัตราส่วนกาแฟ 1 ส่วน ต่อ น้ำ 15 ส่วน โดยน้ำหนัก เช่น กาแฟ 20 กรัม ต่อน้ำ 300 มล.
3. ลวกหม้อด้วยน้ำร้อนก่อนหนึ่งรอบ แล้วเทน้ำทิ้ง
4. ใส่ผงกาแฟ เทน้ำร้อนอุณหภูมิประมาณ 92-96 องศาเซลเซียสให้ท่วม คนเบา ๆ
5. ปิดฝาแต่ยังไม่กดก้าน แช่ไว้ 4 นาที
6. กดก้านลงช้า ๆ ตรงแนวดิ่งจนสุด แล้วรินใส่แก้วทันที ไม่ควรทิ้งกาแฟค้างบนกากนานเกินไป
ดูแลรักษาอย่างไรให้อยู่นาน
• ล้างชุดตะแกรงทุกครั้งหลังใช้ น้ำมันกาแฟที่ค้างจะหืนและทำให้กาแฟรอบต่อไปมีกลิ่นเพี้ยน
• ใช้ฟองน้ำนุ่มกับน้ำยาล้างจานอ่อน ๆ หลีกเลี่ยงฝอยขัดเหล็กและน้ำยาที่มีคลอรีน
• เป็นสแตนเลสผนัง 2 ชั้น จึงห้ามนำขึ้นเตาไฟ เตาแม่เหล็กไฟฟ้า หรือเข้าไมโครเวฟ
• ถอดตะแกรงออกล้างแยกเดือนละครั้ง เพื่อไม่ให้คราบน้ำมันสะสมตามเกลียว
เหมาะกับใคร
• คนดื่มกาแฟที่บ้านซึ่งอยากได้รสเข้มกว่ากาแฟดริป แต่ไม่อยากลงทุนเครื่องเอสเพรสโซ
• ออฟฟิศและห้องประชุมที่ต้องการชงเสิร์ฟหลายแก้วในรอบเดียว
• ร้านกาแฟและโรงคั่วที่ใช้ชิมทดสอบเมล็ด (cupping)
• คนที่ชอบชาใบและชาสมุนไพร ใช้ตะแกรงกรองใบชาได้เหมือนกัน
• สายแคมป์ปิ้งที่ต้องการอุปกรณ์ชงที่ไม่แตก
สอบถาม / สั่งซื้อ LINE @PYCM